Business Model Canvas คืออะไร

Business Model Canvas คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ต่างจาก Business Model ไหม ?

Business Model Canvas คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ต่างจาก Business Model ไหม ?

Business Model Canvas คืออะไร ? ซึ่งก่อนที่เราจะไปรู้จักกับเจ้า BMC นั้นเราจะต้องรู้จักกับ Business Model เสียก่อน ซึ่งสามารถศึกษาโดยละเอียดได้ที่บทความ : Busimess Model คืออะไร ? < Click เพื่ออ่าน


Busimess Model นั้นจะเป็นการอธิบายว่าปัจจุบันเราทำธุรกิจยังไงด้วยวิธีง่ายๆ ดังนั้นจึงมีคนคิดค้นและพัฒนาเครื่องมือเพื่อที่จะช่วยให้เราอธิบายว่าปัจจุบันเราทำธุรกิจยังไงด้วยวิธีง่ายๆ เกิดขึ้นมาหลายคนครับ โดยแต่ละคนก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เช่น ที่ผมอธิบายในบทความ “Busimess Model คืออะไร ?” ผมได้บอกว่าธุรกิจเราสามารถอธิบายโดยการดู 3 เรื่องง่ายๆ คือ 1.หาเงินยังไง, 2.เราต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะหาเงินในข้อ 1 ได้ และ 3.ทำข้อ 1 กับข้อ 2 แล้ว กำไรเปล่า ? แต่ก็ยังมีคนอื่นอีกหลายคนสร้างเครื่องมือเพื่ออธิบายว่า Business Model ไอ้ที่ง่ายๆ เนี่ยะ เพียงแค่ 3 ด้านนี้ไม่พอหรอก มันต้องมากกว่านี้นะ ต้อง 5 ด้าน, 7 ด้าน, 9 ด้าน, ฯลฯ ถึงจะครบถ้วนสิ่


Business Model Canvas มาจากไหน ?

Business Model Canvas คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ต่างจาก Business Model ไหม ?
Yves Pigneur (ซ้าย) | อาจารย์ของ Alex Osterwalder (ขวา) [ ขอบคุณภาพประกอบจาก Brightline ]

Business Model Canvas ถือกำเหนิดมาจากชายคนนึงที่ชื่อว่า Alex Osterwalder แกก็สงสัยว่าเราต้องอธิบายธุรกิจแบบง่ายๆ เนี่ย มันต้องดูกี่ด้านกันแน่ ซึ่งความสงสัยของ Alex Osterwalder ไม่ธรรมดา เพราะแกหาคำตอบเรื่องที่แกสงสัยด้วยการไปเรียนปริญญาเอกและทำเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์กันเลยทีเดียวโดยอาจารย์ที่ปรึกษาของ Alex คือ Professor Yves Pigneur โดยหลักจากทำวิจัยจนจบปริญญาเอก Alex OSterwalder กับ Yves Pigneur ก็เขียนหนังสือ 1 เรื่องชื่อ Business Model Generation เพื่ออธิบายว่าปัจจุบันเราทำธุรกิจยังไงด้วยวิธีง่ายๆ ต้องดู 9 ด้านถึงจะเหมาะ แล้วไม่ใช่อธิบายด้านตัวหนังสือแต่วาดออกมาเป็นแผนภาพ เพื่อคนจะได้เข้าใจว่าปัจจุบันเราทำธุรกิจยังไงได้ง่ายขึ้นซึ่งสิ่งนี้เอง เรียกว่า Business Model Canvas หรือ BMC ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คนที่ทำธุรกิจก็คงเคยได้ยินคำนี้กันมาไม่มากก็น้อยครับ


Business Model Canvas คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ต่างจาก Business Model ไหม ?

Business Model Canvas คืออะไร ?

1.      Value Propositions

คือ เราต้องรู้ว่าจุดแข็งของสินค้า/บริการของเราอะไร ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากที่เราจะต้องคิดให้ได้เป็นอันดับแรก เพราะคุณค่าต่างๆที่เราคิดได้สามารถนำมาสร้างเป็นจุดแข็งให้กับธุรกิจ รวมถึงสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจของเราได้เช่นกัน

2.      Customer Segment

เราต้องรู้ว่าสินค้าของเราจะขายให้ใคร ระบุไว้ชัดๆไปเลย จะได้กำหนดทิศทางการโปรโมตสินค้าได้ถูกต้อง เราต้องตระหนักไว้เสมอว่า คุณค่าที่เรามีพร้อมที่จะส่งมอบ เราจะส่งมอบให้ใคร เราต้องระบุให้ชัดเจนว่าลูกค้าของเราเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร อาศัยอยู่ที่ไหน การใช้ชีวิตเป็นอย่างไร ฯลฯ นอกจากนั้นยังต้องตัดสินใจว่า เราจะส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว หรือหลายกลุ่ม

3.      Channels

เมื่อรู้ว่าลูกค้าของเราคือใครแล้ว ลอง list ช่องทางที่เราจะใช้สื่อสารประชาสัมพันธ์สินค้าของเราให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เช่น อินเตอร์เน็ต facebook หนังสือพิมพ์ ฯลฯ เมื่อสินค้าหรือบริการ ประกอบกับกลุ่มเป้าหมายแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรคำนึงถึงคือช่องทางระหว่างเราในแง่ของการสื่อสาร การสั่งซื้อ การจัดส่ง หรือการดูแลหลังการขาย เรียกได้ว่าเป็นตัวเชื่อมต่อเรากับลูกค้าตั้งแต่กระบวนการแรกจนถึงกระบวนการสุดท้ายของธุรกิจเลยทีเดียว


4.      Customer Relationships

ในส่วนนี้เป็นส่วนที่มีความคล้ายคลึงกับ Channels แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Customer Relationships จะเน้นในเรื่องความสัมพันธ์กับลูกค้า ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ตอบปัญหาต่างๆ ฯลฯ เราควรให้ความสำคัญกับส่วนนี้ด้วยเพราะว่า จะเป็นการรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีความผูกพันธ์กับเรา ซึ่งเป็นผลดีกับเรา เพราะลูกค้าจะนึกถึงเราเป็นอันดับต้นๆ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ หรือเมื่อแนะนำให้เพื่อนและคนรอบข้างมาซื้อสินค้าเรานั่นเอง

5.      Revenue Streams

มาถึงส่วนที่คนทำธุรกิจทุกคนให้ความสำคัญมากที่สุด นั่นก็คือ รูปแบบรายได้ ใน Model นี้ เราต้องตอบให้ได้ว่า รายได้หลักของเรามาจากอะไร เช่น การขายสินค้า การให้บริการ การจัดเก็บรายได้จากระบบสมาชิก ฯลฯ แล้วเรามีรายได้รองจากแหล่งอื่นๆอีกหรือไม่ เพราะการที่เราระบุแหล่งรายได้อย่างชัดเจน จะทำให้เรารู้ว่า เราควรเน้นหนักไปในทิศทางใด เพื่อก่อให้เกิดรายได้สูงสุดให้กับธุรกิจ

6.      Key Resource

ทรัพยากร หรือเรียกง่ายๆก็คือ สิ่งที่เรามีอยู่และสามารถนำมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ทรัพยากรที่เป็นรูปธรรม เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ คนงาน ฯลฯ และทรัพยากรที่เป็นนามธรรม เช่น “Brand Value หรือ คุณค่าของตราสินค้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่จำต้องไม่ได้ แต่มีมูลค่ามหาศาล เป็นต้น ทั้งนี้ การที่เราระบุว่าเรามีทรัพยากรอะไรบ้าง จะทำให้เราเห็นขีดความสามารถที่เราจะนำมาพัฒนาส่วนต่างๆให้กับธุรกิจได้นั่นเอง

7.      Key Activities

list สิ่งที่เราต้องทำ นอกจากจะทำให้เรามีระเบียบในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อทำให้ Model ธุรกิจนี้เป็นจริง? ตัวอย่างง่ายๆเช่น กระบวนการผลิต นั่นเอง ซึ่งค่อนข้างจะเป็นส่วนสำคัญ และมีให้เห็นได้ในทุกๆ Model ธุรกิจ

8.      Key Partners

คู่ค้า หรือเพื่อนทางการค้านั่นเอง มีไว้คอยช่วยเหลือ ปรึกษากัน ไปจนถึงเป็นผู้คอยป้อนสินค้าให้เราในราคาแบบมิตรภาพ ที่ถูกกว่าการไปซื้อกับคนอื่น อย่างที่ทุกคนทราบ การทำธุรกิจไม่สามารถดำเนินการโดยไม่มีพันธมิตรได้ อย่างน้อยเราจำเป็นต้องคำนึงถึงผู้ที่จัดหาทรัพยากรให้เรา ผู้ที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายให้เรา ซึ่งจะเป็นรูปแบบการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

9.      Cost Structure

ค่าใช้จ่ายของธุรกิจ จะมีทั้งค่าใช้จ่ายคงที่ที่เราต้องจ่ายเป็นประจำทุกปีหรือทุกเดือน และค่าใช้จ่ายผันแปรที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆที่เปลี่ยนไป การที่เรารู้ว่าธุรกิจของเราเสียเงินไปกับค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง จะทำให้เราวางแผนปรับปรุง+พัฒนาธุรกิจของเราได้ในอนาคตต่อไป

Business Model Canvas คืออะไร


สรุป

วันนี้เรารู้ว่า Business Model คือ การอธิบายว่าปัจจุบันเราทำธุรกิจยังไงด้วยวิธีง่ายๆ โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการอธิบาย Business Model มากที่สุด คือ Business Model Canvas นั่นเองครับ


ติดตามบทความและข่าวสารของเราได้ที่

https://www.toward-goal.com

https://www.youtube.com/towardthegoal/

https://www.facebook.com/towardthegoal/

นพดล เจริญทรัพยานันต์