ปรับโฉม LTF 2563 มีอะไรบ้าง กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร

ปรับโฉม LTF 2563 มีอะไรบ้าง กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร
ปรับโฉม LTF 2563 มีอะไรบ้าง กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร

ปรับโฉม LTF 2563 มีอะไรบ้าง กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร

LTF หรือ Long Term Equity Fund กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ซึ่งมีจุดเด่นจากการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ลงทุน ซึ่งเมื่อต้นปีมีการประกาศว่าอาจจะมี SEF หรือ Sustainable Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นยั่งยืนมาทดแทน แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการหารือกันเท่านั้น และล่าสุดมีการแจ้งปรับเปลี่ยนรูปแบบ LTF แทน โดยอาจมีเปลี่ยนแปลงดังนี้

ปรับโฉม LTF 2563 มีอะไรบ้าง ?

  1. มีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานกว่าเดิม โดยอาจอยู่ในช่วงระยะเวลา 10-15 ปี จากเดิมที่ 7 ปี
  2. วงเงินลงทุนที่จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้น เบื้องต้นกำหนดว่า จะมีวงเงินลงทุนเมื่อรวมกันกับการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จะต้องไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี หรือ ไม่เกิน 30% ของรายได้ จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าไม่เกิน 5 แสนบาทต่อรายสำหรับกองทุน LTF และ RMF แยกกัน
  3. หลักการของการนำเงินออมดังกล่าวไปลงทุนนั้น จะไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องนำไปลงทุนในหุ้นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่เป็นแนวคิดเดิม

ข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  1. ลดความเสี่ยงของผู้ลงทุนเพราะไม่จำกัดว่าจะลงเฉพาะกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียว สามารถกระจายกลุ่มsectorการลงทุนได้
  2. ต้องถือยาวนานขึ้นเป็นการลงทุนและออมเงินระยะยาว

ข้อเสีย

  1. ตอนนี้ตลาดดูไม่เสถียรนัก นิ่งๆไว้ก็อาจจะดีกว่าทำให้คนตระหนก
  2. การปรับเปลี่ยนเกณฑ์อาจทำให้การตัดสินใจซื้อ LTF ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีฐานเงินเดือนไม่สูงนัก จะมาลงทุนยาวๆ 10-15 ปี ไม่น่าจะจูงใจ อยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้่างตัว
  3. ที่ว่าจะทำให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้นเพราะปรับลดวงเงินลดหย่อนภาษี ทำให้คนที่ฐานภาษีสูงต้องจ่ายภาษีเยอะขึ้น ไม่น่าจะเป็นประโยชน์มากนัก และเม็ดเงินจากผู้มีฐานภาษีต่ำไม่สามารถชดเชยเงินลงทุนเดิมจากผู้มีฐานภาษีสูงได้
  4. ถ้าว่าตลาดหุ้นไทย PE.17.5 เท่านั้นแพงเกินไป เลยพยามลดวงเงินการลดหย่อนภาษีจาก LTF ลง ลงวงเงินการมาลงทุนในตลาดหุ้นลง จริงๆแล้วต้องดูแยกว่า หุ้นที่ IPOเข้ามาใหม่ปีนี้ PEสูงมากจริงๆ เช่น AWC, SHR 100-200เท่า พอเอามาเฉลี่ยมันก็จะรวมแล้วสูงขึ้น มากดดันตลาด ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไร

กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร

แรงผลักดัน SET ช่วงปลายปี ยังให้ความหวังไว้กับแรงซื้อ LTF ที่มักจะกระจุกตัวในช่วงท้ายของปี ซึ่งสอดคล้องกับสถิติในอดีตย้อนหลัง 14 ปีที่แรงซื้อ LTF กว่า 45.1% มักจะกระจุกตัวในเดือนสุดท้ายของทุกปี และด้วยสถิติการซื้อขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนสถาบัน ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ในเดือน ธ.ค. สถาบันมักซื้อสุทธิเฉลี่ยหุ้นไทย สูงสุดของปีถึง 1.31 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิถึง 9 ใน 10 ปี

กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index แม้คาดว่าได้แรงพยุงจาก LTF แต่คาดว่าเคลื่อนไหวได้ในกรอบจำกัดที่ 1,600 – 1,625 จุด เนื่องจากมีแนวต้านสำคัญจากมูลค่าของตลาดที่เริ่มแพง โดยล่าสุดซื้อขายกันบน P/E ที่ 17.5 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่สูง หลังปรับประมาณการกำไรปีนี้ลงเหลือ 92.11 บาทต่อหุ้น

อ้างอิง : กรุงเทพธุรกิจ


ติดตามบทความและข่าวสารของเราได้ที่

https://www.toward-goal.com

https://www.youtube.com/towardthegoal/

https://www.facebook.com/towardthegoal/

นพดล เจริญทรัพยานันต์