ชีวิตหลังเกษียณ “เปี่ยมสุข” ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด


ขอขอบพระคุณ Sponsor ของเรา
Inori Thailand

ชีวิตหลังเกษียณ "เปี่ยมสุข" ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด
ชีวิตหลังเกษียณ "เปี่ยมสุข" ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด

ชีวิตหลังเกษียณ “เปี่ยมสุข” ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด

การเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรลงมือทำตัวแต่อายุยังน้อยๆ แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่เริ่มต้นเลย เพราะยังคงสนุกสนานกับการใช้เงินอย่างเพลิดเพลิน และนี้คือสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีชีวิตหลังเกษียณที่ลำบาก ยากจน และเป็นภาระของลูกหลาน ทั้งๆที่หัวใจไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย ดังนั้นแล้วเราจึงมักจะเห็นผู้สูงวัยที่ครอบครัวดูอบอุ่น แต่กลับไม่มีความสุขกันเยอะมาก แล้วถ้าเราไม่อยากเป็น 1 ในนั้น เราจึงต้องรีบปรับเปลี่ยนความคิดของเราโดยเร็ว เพื่อที่เราจะเตรียมตัวเป็น ผู้สูงวัยที่มีความสุขที่สุดในโลก

ปรับความคิด เพื่อชีวิตหลังเกษียณ “เปี่ยมสุข”

ต้องรีบเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ

หลายคนมีความเชื่อว่าการเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องที่ไม่เร่งรีบ เอาไวสัก 40 – 50 ปี ค่อยเตรียมก็ยังไม่สาย ซึ่งความคิดนี้เป็นสิ่งที่ ผิดมหันต์ และยังสุ่มเสียงต่อการ ไม่มีเงินออมแม้อายุจะเลย 60 ปีไปแล้วก็ตาม

จริงๆแล้วเราควรต้องกันเงินเพื่อออมไว้หลังเกษียณ นับตั้งแต่ที่เราเริ่มสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้ เราสามารถใช้เทคนิคการออมเงินที่เราถนัน หรือ สามารถทำได้โดยไม่อึดอัดจนเกินไป ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อออนไลน์ต่างๆที่ปัจจุบันมีสอนกันอย่างมากมาย และเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย (เอาไว้ผมจำทำเป็น VDO แนะนำในภายหลังนะครับ)

บางคนอาจจะอ้างว่า “ก็รายได้ที่มีอยู่ มันไม่พอใช้” ผมก็คงจะไม่เถียงอะไรหรอครับ แต่ผมคงบอกได้แค่เพียงว่า “ก็คงต้องหารายได้เพิ่มครับ เพื่อให้เรามีเงินออม” ขอแค่มีเงินออมได้ตามเป้าหมาย ชีวิตหลังวัยเกษียนที่เปี่ยมสุขก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ

เงินเฟ้อ จะทำให้เงินเก็บของคุณมีค่าลดลง

หลายคนอาจจะเตรียมเก็บเงินแล้วแบบเป็นขั้นเป็นตอน แต่ดันลืมปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณยากจนลงโดยไม่รู้ตัว นั้นคือเจ้า เงินเฟ้อ (ศึกษาเรื่องเงินเฟ้อคืออะไร Click) ที่เป็นสิ่งที่คุณมองมันไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งผมจะทำให้คุณเห็นคราวๆ ว่าเงินเฟ้อมีผลต่อค่าเงิน และ ชีวิตหลังเกษียณอย่างไร

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ข้าวผัดกระเพรามีราคา 15 บาท
ปัจจุบัน ข้าวผัดกระเพรามีราคา 50 บาท
คุณคิดว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ข้าวผัดกระเพราจะมี ราคากี่บาท (คาดการว่าน่าจะเป็น 100 บาท)

จากตัวอย่าง จะเห็นไห้ว่า เงิน 100 บาท เมื่อ 30 ปีที่แล้ว สามารถซื้อข้าวกินได้ 6 มื้อ แล้วปัจจุบัน สามารถซื้อได้เพียง 2 มื้อ และในอีก 30 ปีข้างน้าอาจจะซื้อได้ เพียง 1 มื้อเท่านั้น หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้น อาจจะซื้อข้าวกินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นคุณต้องเริ่มคิดคำนวนได้แล้วว่า อนาคตคุณจะมีชีวิตหลังเกษียณกี่ปี ต้องมีเงินเก็บเท่าไร แล้วก็เริ่มต้นว่างแผนออมเงินได้แล้วตั้งแต่วันนี้

ฝากชีวิตไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ ประกันสังคม มากเกินไป

หลายคนคิดว่าถ้าเราได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนประกันสังคม จนครบเงื่อนไขตามกำหนดแล้ว เราจะมีทรัพย์สินมากพอที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างสบาย ซึ่งแนวคิดนี้ เป็นแนวคิดที่ยังไม่ครบถ้วน และยังนำไปสู่ภาวะ รายได้ไม่เพียงพอเมือถึงวัยเกษียน

เราต้องอย่าลืมว่า เงินเฟ้อ และ ค่าครองชีพมันสูงขึ้นแทบทุกปี รายได้ขั้นต่ำยิ่งสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เป็นปัจจัยพื้นฐานก็ยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ค่าอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ ก็จะยิ่งมีราคาที่แพงขึ้น เพราะผู้ผลิตสินค้า ที่ต้นทุนค่าแรงงานที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดพวกเขายิ่งจำเป็นต้องเพิ่มราคาสินค้าให้มากขึ้นตามไปด้วย ไหนจะค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่าแรงของช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ บ้านเรื่อน ก็จะสูงขึ้นในอนาคต คิดแบบนี้แล้วก็ลองคำนวนกันดูเล่นๆนะครับ ว่าในวันที่คุณเกษียณนั้น คุณจะมีรายได้จาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนประกันสังคม เท่าไร แล้วเพียงพอที่คุณจะใช้จ่ายไปจนถึงวันอำลาจากไปแล้วหรือไม่ ถ้าคำตอบของคุณคือไม่ ผมขอแนะนำให้คุณ เริ่มออมเริ่มได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลยครับ

เกษียณไม่สุขแน่ ถ้าหวังให้ลูกหลานเลี้ยง

ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประเทศที่ให้ความสำคัญต่อครอบครัวมากๆ ส่วนใหญ่จะมีแนวความคิดที่ว่า เดี๋ยวแก่ตัวไปลูกหลานก็เลี้ยงดูเราเองนั่นแหละ ซึ่งวัฒนธรรมด้านครอบครัวที่ดีงามเป็นสิ่งที่ดี แต่ความคิดที่จะให้ลูกหลายเลี้ยงตัวเองนั้นจะนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะทำให้ชีวิตหลังเกษียณของคุณ ขาดความสุข ทั้งตัวคุณและลูกหลานของคุณด้วย

ถ้าให้พูดในแง่เบาก็คง ไม่มีใครอยากแบบมือขอเงินจากใครใช่ไหมครับ เงินที่เราได้จากลูกหลานก็อาจจะไม่ได้มากมาย หรือไม่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตวัยเกษียณอย่างเราได้มีความสุข ได้สนุกไปกับการท่องเที่ยว หรือ มากพอที่จะส่งมอบความสุขไปยังรุ่นหลาน เหลน ตัวน้อยๆที่เพิ่มเกิดมาสู่โลกในนี้ ไหนจะค่ารักษาพยาบาลที่มันจะกลายเป็นค่าใช่จ่ายประจำเดือนเมื่อเราเขาสู่วันเกษียณอีก

ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ลูกหลานของเราจะแบกรับภาระนี้ได้ตลอดไป แล้วคุณรู้สึกมีความสุขหรือไม่ที่ต้องเห็นลูกหลานของเรา ทำงานอย่างหนักเพื่อคอยดูแลเรา จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าหากว่าเราจะเริ่มต้นวางแผนการเงินของเราเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตเรา จะได้เป็นที่พึ่งให้กลับลูกหลานเราแทน ความสุขและความภาคภูมิใจมันต่างยังเยอะเลยนะครับ


ติดตามบทความและข่าวสารของเราได้ที่

https://www.toward-goal.com

https://www.youtube.com/towardthegoal/

https://www.facebook.com/towardthegoal/

นพดล เจริญทรัพยานันต์